รสตำรับ 'มะกัน' ที่ เกรท อเมริกัน ริบ


จริงอยู่อาหารฟากฝั่งตะวันตกสำหรับคนไทยอาจไม่ได้กินกันบ่อยๆ แต่โอกาสไหนที่ตั้งใจไปฝากท้องก็ย่อมคาดหวังกันละที่จะได้ลิ้นรสความอร่อย ถึงเครื่องต้นตำรับแท้ๆ เหมือนอย่างที่ขาประจำร้านอาหารสไตล์อเมริกันรับรู้อารมณ์กินอยู่แบบนี้ ที่ "เกรท อเมริกัน ริบ (GREAT AMERICAN RIP)" ซึ่งเปิดให้บริการความอร่อยมานานกว่า 35 ปี จากสองสาขาที่สุขุมวิท 36 และ หัวหิน เป็นเครื่องการันตีความเด็ดให้มาปักหลักอีกสาขาล่าสุดบนห้างหรูเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ย่านเพลินจิต
 
 
                          อายุอานามร้านขนาดนี้ย่อมมีที่มา เริ่มจากเจ้าของเก่าเป็นชาวมะกันเปิดร้านเอาใจลูกค้าที่หลงใหลบาร์บีคิวใน บ้านบรรยากาศสวน พอถึงจุดอิ่มตัวจึงประกาศหาคนสานต่อ เป็นจังหวะเดียวกับ "โอ๊ค" ธนวัฒน์ อังสนานนท์ หนุ่มนักเรียนนอกผู้ชื่นชอบเรื่องกินอยู่ เพราะเคยเป็นลูกมือช่วยคุณยายในร้านอาหารไทยสมัยไปร่ำเรียนอยู่ที่อเมริกา อยากทำร้านอาหารพอดี จึงหาแนวร่วมเพิ่มอีก 3 คนลงขันรับมาบริหารต่อ โดยเฉพาะสาขาน้องใหม่ในห้างหรูปรับมุมมองให้มีความทันสมัยและพรีเมี่ยมมาก ขึ้น ลูกค้าจึงซึมซับบรรยากาศโอ่โถง นั่งสบาย และเพลินตากับวัสดุตกแต่งดูอบอุ่น เพราะเน้นลายไม้ธรรมชาติ ก่ออิฐแดงเปลือย แซมด้วยโลหะดีไซน์แปลกตาอย่างมุมโชว์เตาย่างอาหารก็ออกแบบอย่างมีมิติ หรือผนังบางส่วนก็ใช้ท่อนไม้ผ่าซีกเรียงเป็นตับ ดูดิบๆ แต่ชวนมอง ใส่ใจทุกส่วนไม่แพ้อาหารที่แม้ส่วนใหญ่จะคงความเป็นซิกเนเจอร์ไว้ อาทิ ซี่โครงหมู-เนื้ออบตำรับอเมริกันเท้ๆ, เบอร์เกอร์, สลัด, ซุป หรือแม้แต่อาหารลูกครึ่งอเมริกัน-เม็กซิกัน ที่เรียกว่า "เท็กซ์-เม็กซ์ คูซีน" ก็เลิศ แทบทุกจานปรุงจากวัตถุดิบนำเข้า ทั้งซอสเปรี้ยวจากอเมริกา เนื้อวัวจากออสเตรเลีย หรือซีฟู้ดจากหลายแหล่งที่มา มีเพียงผักและเนื้อหมูเท่านั้นที่ใช้ของในบ้านเพราะคุณภาพไม่ต่างกัน
 
                          จุดเด่นที่ขาประจำคุ้นเคยดีนั่นคือขนาดของจานอาหารที่ใหญ่ได้ใจ นั่นเพราะเน้นความเป็นฝรั่งจริงๆ จานใหญ่เนื้อไซส์บิ๊กๆ สั่งมาแชร์กัน อย่าง  ซี่โครง เกรท อเมริกัน บาร์บีคิว ริบ เมนูขึ้นชื่อจัดมาไซส์จัมโบ้ถึง 14 ซี่ 1.2 กิโลกรัม ความเป็นซิกเนเจอร์อยู่ที่ขั้นตอนการปรุงที่ดึงเส้นไขมันบางๆ ออกเพื่อไม่ให้เหนียว แล้วหมักเครื่องมาสตาร์ด พริกไทย ปาปริก้า นวดให้เข้าเนื้อทิ้งไว้ทั้งคืน นำออกมาอบด้วยอุณหภูมิกลางๆ 4-6 ชั่วโมง สำคัญว่าต้องใช้ฟืนนำเข้าคือไม้ฮิคเคอรี่ ที่ให้กลิ่นหอมกำลังดี ซึ่งซี่โครงอบตำรับอเมริกันแท้ๆ เนื้อต้องแห้งไม่เละ ติดกระดูกนิดๆ พอให้ยกขึ้นกัดแทะได้อย่างสนุก เสิร์ฟมาพร้อมผักเคียงต่างๆ และซอสสามชนิด มีซอสบาร์บีคิวสูตรดั้งเดิม กับอีกสองสูตรที่เจ้าของคิดค้นเองคือสวีท ฮันนี่ รสหวานนำ และเบอร์เบิ้น บาร์บีคิว ที่มีส่วนผสมของเหล้า หวานอมเปรี้ยวแซมเผ็ดเล็กๆ
 
                          จานหลักพาให้อิ่มอยู่ท้องอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด สเต๊กฟิเลมิญอง หรือ "เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ" อารมณ์ถนนพบทะเล ใช้เนื้อเทนเดอร์ลอยออสเตรเลียชิ้นหนา แนะนำให้สั่งมีเดียมแรจะได้รสชาติเนื้อเน้นๆ เสิร์ฟมาพร้อมกุ้งย่างตัวใหญ่ 2 ตัว และถ้าไม่พูดถึงปีกไก่ทอดต้นตำรับ บัพฟาโล วิง ก็ดูเหมือนจะไม่ครบครัน เพราะเขาการันตีว่าไม่มีที่ไหนเหมือน ด้วยรสชาติเป็นเอกลักษณ์จากซอสนำเข้าจากอเมริกาอย่าง คาเยนน์ เปบเปอร์ ซอส (Cayenne Pepper Souse) จึงได้ทั้งความเผ็ดเปรี้ยวไม่เลี่ยน 
 
                          ขณะที่ซุปก็มี ซุปเนื้อสันใน ที่เคี่ยวจนได้ที่กับพริกแม็กซิกันและถั่วพินโต ซดอุ่นๆ รองท้องได้ดีทีเดียว สาวๆ ที่มองหาสลัดต้องนี่เลย สลัดทาโก้ เสิร์ฟมาตรงหน้าต้องรีบถามเพราะคล้ายกระทงทองขนาดยักษ์ เขาใช้แป้งชนิดเดียวกับโรตีปั้นเป็นกระทงแล้วทอดให้กรอบ ก่อนจะใส่สลัดที่ปรุงจากเนื้อไก่ฉีก ชีส ซาซ่า คลุกเคล้ากับน้ำสลัดเอล แกรนด์ ทาโก้เข้ากันได้ดีกับกระทงกรอบๆ หรือจะเป็น ฟาร์เมอร์สลัด  ที่ใส่ผักเยอะๆ ไก่ย่าง มะเขือเทศ เมล็ดทานตะวัน ราดสลัดน้ำใสเด็ดดวงที่สุด
 
                          อยากดื่มอะไรก็มีสารพัดอย่าง ชอบเบาๆ ก่อนมื้ออาหารสั่งค็อกเทลสีสวยมาจิบ มาร์การิต้า แมงโก้ เข้ากับช่วงหน้าร้อน มีส่วนผสมของเตกีลา ปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกันกับมะม่วงสด แต่ถ้าไม่ชอบมะม่วงก็มีสตรอเบอร์รี่ และลิ้นจี่เป็นทางเลือก จิบเพลินๆ ให้อารมณ์ดีก่อนออกไปช็อปแบรนด์เนม เอาเป็นว่าถ้าสนใจหาความสำราญกับอาหารอเมริกันแท้ๆ ก็ลองแวะไปกันได้ ร้านอยู่ชั้น 5 ฝั่งตะวันออก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0-2160-5705

ที่มา - คมชัดลึก komchadluek.net

Post a comment

Private comment